วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ห่วงปลานกแก้วถูกล่าขึ้นโต๊ะอาหารกระทบระบบนิเวศ

ห่วงปลานกแก้วถูกล่าขึ้นโต๊ะอาหารกระทบระบบนิเวศ

ไอยูซีเอ็นห่วงปลานกแก้วถูกล่ามาเป็นอาหารจนกระทบระบบนิเวศในทะเล หลังพบมีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ไอยูซีเอ็น)เ ปิดเผยว่า จากที่พบว่า หลายพื้นที่ นำเอาปลานกแก้วมาจำหน่ายเพื่อการบริโภคเป็นจำนวนมาก โดยพบได้จากการสำรวจและเก็บข้อมูลตลาด ร้านค้าปลา ตามแนวชายฝั่งทะเล รวมทั้งในห้างค้าส่งขนาดใหญ่ ทั้งๆ ที่เดิมปลาชนิดนี้ไม่ได้อยู่อยู่ในความนิยม หรือเป็นเนื้อปลาที่รสชาติดี เหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหาร ที่สำคัญคือ ปลานกแก้ว ถือเป็นปลาที่ช่วยรักษาระบบนิเวศในแหล่งปะการังที่ดีที่สุดในบรรดาสัตว์ทะเลทั้งหมด
"เจ้าหน้าที่ เคยสอบถามไปที่ห้างสรรพสินค้าส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งถึงที่มาของปลานกแก้ว ได้รับคำตอบว่า มาจากการเพาะเลี้ยง โดยเอาลูกปลามาจากทะเล จนมีขนาดสามารถนำออกมาขายได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ปลานกแก้ว เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง กินสาหร่ายทะเลเป็นอาหาร ป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่ปะการังบอบช้ำจากการฟอกขาว และเวลาที่มีสาหร่ายมาปกคลุม เพราะปลานกแก้วจะช่วยกินสาหร่าย ทำให้ตัวอ่อนของปะการังสามารถเติบโตได้"นายเพชร กล่าว.... 
ป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่ปะการังบอบช้ำจากการฟอกขาว และเวลาที่มีสาหร่ายมาปกคลุม เพราะปลานกแก้วจะช่วยกินสาหร่าย ทำให้ตัวอ่อนของปะการังสามารถเติบโตได้"นายเพชร กล่าว.... 
ที่มา : http://www.posttoday.com

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิจัยชี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้สัตว์น้ำมีขนาดเล็กลง

ผลการวิจัยโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล และวิทยาลัยควีนแมรี ซึ่งเป็นหนึ่งในวิทยาลัยในเครือมหาวิทยาลัยลอนดอน พบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นนับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์น้ำที่โตเต็มวัยมีขนาด เล็กลง

ผล การวิจัยดังกล่าวที่ตีพิมพ์ในวารสารรายงานการประชุมวิชาการแห่งสถาบันวิทยา ศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐ (Proceedings of the National Academy of Sciences) ระบุว่า ขนาดของสัตว์น้ำเค็มและสัตว์น้ำน้ำจืดขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนัยสำคัญ คือ สายใยอาหาร (Food web)

แอนดริว เฮิร์สต์ ผู้ร่วมวิจัยจากวิทยาลัยควีนแมรี กล่าวว่า สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำมีขนาดลำตัวที่เล็กลง 5 เปอร์เซ็นต์ หากอุณหภูมิของน้ำเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วสัตว์น้ำเหล่านี้จะมีขนาดที่เล็กกว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่บน บกประมาณ 10 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณออกซิเจนในน้ำและอากาศที่ต่างกัน

ที่มา : นิตยสาร Energy Saving (http://www.energysavingmedia.com)

ที่มา : http://www.environnet.in.th/?p=4686


02be4873 วิจัยชี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้สัตว์น้ำมีขนาดเล็กลง

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความรู้ด้านการลด คัดแยก และนำขยะมูลฝอย

ความรู้ด้านการลด คัดแยก และนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่

ขยะมูลฝอยคืออะไร

คำว่า ขยะมูลฝอย หากจะกล่าวถึงคำๆ นี้ ทุกคนคงคิดถึงของเสีย สิ่งปฏิกูล สิ่งที่เป็นปัญหาที่ควรนำไปกำจัดทิ้ง แต่ถึงจะกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ควรกำจัดทิ้งก็ใช่ว่าทุกคนที่สร้างขยะจะมีส่วนร่วมในการจัดการกับขยะที่แต่ละคนได้ก่อขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ต่างมองว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ในการเก็บรวบรวม ขนส่ง และนำไปกำจัด แต่ในหลักความเป็นจริง การจัดการขยะมูลฝอยควรจะเป็นหน้าที่ของทุกคนที่เป็นผู้ก่อขยะมูลฝอยเหล่านี้ ดังนั้นหากต้องการให้ปัญหาของขยะมูลฝอยสามารถจัดการได้ง่ายขึ้นก็ควรอาศัยความร่วมมือของพวกเราทุกๆ คน โดยก่อนที่จะทราบถึงวิธีที่จะจัดการกับขยะมูลฝอยนั้น ก็ควรที่จะทราบถึงความหมายของคำว่า ขยะมูลฝอย กันก่อน

ขยะหรือมูลฝอย (Solid waste)*

คือ เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์ ซากสัตว์หรือสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนน ตลาด ที่เลี้ยงสัตว์หรือที่อื่น และหมายความรวมถึงมูลฝอยติดเชื้อ มูลฝอยที่เป็นพิษ หรืออันตรายจากชุมชนหรือครัวเรือน ยกเว้นวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของโรงงานซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน*กรมควบคุมมลพิษ. แนวทางและข้อกำหนดเบื้องต้น การลดและใช้ประโยชน์ขยะมูลฝอย. 1,000 เล่ม, พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: 2548.

ประเภทของขยะมูลฝอย

ขยะมูลฝอย สามารถแบ่งตามลักษณะทางกายภาพของขยะได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่1. ขยะย่อยสลาย (Compostable waste) หรือ มูลฝอยย่อยสลาย คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยได้ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น แต่จะไม่รวมถึงซากหรือเศษของพืช ผัก ผลไม้ หรือสัตว์ที่เกิดจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยที่ขยะย่อยสลายนี้เป็นขยะที่พบมากที่สุด คือ พบมากถึง 64% ของปริมาณขยะทั้งหมดในกองขยะ


2. ขยะรีไซเคิล (Recyclable waste) หรือ มูลฝอยที่ยังใช้ได้ คือ ของเสียบรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่น แก้ว กระดาษ เศษพลาสติก กล่องเครื่องดื่มแบบ UHT กระป๋องเครื่องดื่ม เศษโลหะ อะลูมิเนียม ยางรถยนต์ เป็นต้น สำหรับขยะรีไซเคิลนี้เป็นขยะที่พบมากเป็นอันดับที่สองในกองขยะ กล่าวคือ พบประมาณ 30% ของปริมาณขยะทั้งหมดในกองขยะ


3. ขยะอันตราย (Hazardous waste) หรือ มูลฝอยอันตราย คือ ขยะที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่างๆ ซึ่งได้แก่ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ทำให้เกิดโรค วัตถุกรรมมันตรังสี วัตถุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุกัดกร่อน วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง วัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ภาชนะบรรจุสารกำจัดศัตรูพืช กระป๋องสเปรย์บรรจุสีหรือสารเคมี เป็นต้น ขยะอันตรายนี้เป็นขยะที่มักจะพบได้น้อยที่สุด กล่าวคือ พบประมาณเพียง 3% ของปริมาณขยะทั้งหมดในกองขยะ


4. ขยะทั่วไป (General waste) หรือ มูลฝอยทั่วไป คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าสำหรับการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมเปื้อนอาหาร ฟอล์ยเปื้อนอาหาร เป็นต้น สำหรับขยะทั่วไปนี้เป็นขยะที่มีปริมาณใกล้เคียงกับขยะอันตราย กล่าวคือ จะพบประมาณ 3% ของปริมาณขยะทั้งหมดในกองขยะ





วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สอนเด็กกรุงรับมือภัยพิบัติ 438 ร.ร. กทม.-เอาตัวรอดจากน้ำท่วมแผ่นดินไหวสารเคมีรั่ว


นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเตรียมรับมือแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานทบทวนแผนงานและปรับปรุงให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อนำเสนอมาตรการความพร้อมแก่ผู้บริหารต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าเหตุแผ่นดินไหว มีความถี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักเห็นเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากในประเทศไทยเกิดเหตุแผ่นดินไหวไม่บ่อยมากนัก แต่ในขณะนี้เหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือ ซึ่งหากเกิดอย่างรุนแรง มีระดับความรุนแรง 7-8 ริกเตอร์ ก็จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯได้ ส่วนที่จะกระทบคืออาคารสูงที่จะรู้สึกถึงแรงแผ่นดินไหวได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อาคารที่ก่อสร้างหลังปี 2555 จะมีกฎหมายกำหนดให้สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้อย่างน้อย 7 ริกเตอร์ ส่วนอาคารสูงที่สร้างก่อนปี 2555 กทม.ก็ได้ขอความร่วมมือ และให้ความรู้ในการเสริมสร้างโครงสร้างอาคารให้รองรับแรงสั่นสะเทือนได้
พ.ต.อ.พิชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กทม.จะมุ่งเน้นเสริมสร้างความรู้เรื่องภัยพิบัติต่างๆ และการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจัดการอบรมให้ความรู้นักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 438 โรงเรียน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองในภาวะภัยพิบัติ ลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น และจะขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆต่อไป อีกทั้ง กทม.ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภัยพิบัติ ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีความทันสมัย มีการจำลองภัยพิบัติต่างๆ ทั้งอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหวและภัยจากสารเคมีรั่วไหล ให้เด็กและเยาวชนรู้สภาพเหตุการณ์แบบเสมือนจริง และวิธีการป้องกันตัวเอง โดยจะใช้พื้นที่จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้บริเวณศูนย์อบรมของ สปภ.ในซอยพหลโยธิน 6 ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเดินทางมาศึกษาเรียนรู้ได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการดำเนินงาน และคาดว่าจะสรุปผลนำเสนอผู้บริหาร กทม.ได้ในเร็ววันนี้.
ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/427146

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

40 วิธีลดภาวะโลกร้อน

40 วิธีลดภาวะโลกร้อน

1. ถอดปลั๊กไฟฟ้าทุกครั้งที่เลิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า รู้มั๊ยคะว่าการใช้ไฟฟ้าในบ้านมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 16%

2. หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการตากผ้าแทนการ อบผ้าในเครื่องซักผ้า

3. การรีดผ้า ควรรีดครั้งละมาก ๆแทนการัดทีละตัว เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้า

4. ปิดแอร์บ้าง แล้วหันมาใช้พัดลมหรือว่าเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น

5. เวลาไปที่ห้างสรรพสินค้าอย่าเปิดประตูทิ้งไว้ เพราะแอร์จะทำงานหนักมากว่าปกติ

6. ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ นอกจากจะเป็นการได้ออกกำลังกายแล้วยังประหยัดได้เยอะขึ้นรู้มั้ยคะว่า
การกดลิฟต์หนึ่งครั้งจะเป็นการเสียค่าไฟถึงครั้งละ 7 บาท

7. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น โดยเปิดเฉพาะด้วยที่เราจำเป็นต้องใช้จริง ๆ

8. ลดๆ การเล่นเกมลงบ้าง เพราะนอกจากสายตาจะเสียแล้ว ยังเปลืองไฟมาก ๆ อีกด้วย

9. ตู้เย็นสมัยคุณแม่ยังสาว ขายทิ้งไปได้แล้ว เพราะกินไฟมากกว่าตู้เย็นใหม่ถึง 2 เท่า

10. บอกคุณพ่อคุณแม่ให้เปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด LED จะได้ไฟที่สว่างกว่าและประหยัดกว่าหลอดปกติ 40%

11. ยืดอายุตู้เย็นด้วยการไม่นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น และหลักเลี่ยงการนำถุงพลาสติกใส่ของในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นจ่ายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงอาหาร

12. ละลายน้ำแข็งที่เกาะในตู้เย็นเป็นประจำ เพราะตู้เย็นจะกินไฟมากขึ้นเมื่อมีน้ำแข็งเกาะ

13. ใช้รถเมล์ รถไฟฟ้าแทนการใช้รถส่วนตัว

14. ถ้าไม่ได้ไปไหนไกล ๆ ให้ใช้จักรยาน หรือเดินไปก็ดีนะคะ ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย

15. ใช้กระดาษแต่ละแผ่นอย่างประหยัดกระดาษรียูทหนังสือพิมพ์ เพราะกระดาษเหล่านั้นมาจากการตัดต้นไม้

16. เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว เอาไปบริจาคบ้างก็ได้ เพราะในบางบริษัทมีการรับ บริจาคเสื้อที่ใช้แล้ว จะนำไปหลอมมาทำเป็นเส้นใยใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 71%

17. ลดใช้พลาสติก โดยใช้ของที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าผ้า หรือกระติกน้ำ

18. พยายามทานอาหารให้หมด เพราะเศษอาหารเหล่านั้นก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนต่อโลกเพิ่มขึ้น

19. ร่วมกันประหยัดน้ำมันแบบ Car Pool เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และยังเป็นการลดจำนวนรถติดบนถนนได้อีกทางด้วยค่ะ

20. พยายามลดเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวเอื้องอย่าง วัว เพราะมูลของสัตว์เหล่านั้นจะปล่อยก๊าซมีเทน

21 กินผักผลไม้เยอะ ๆ เพราะอุตสาหกรรมการเกษตรไม่ปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นตัวเพิ่มความร้อนให้อากาศ

22. กระดาษหนังสือพิมพ์ไม่ใช้แล้ว อย่าทิ้ง สามารถนำมาเช็ดกระจกให้ใสแจ๋วได้

23. ใช้เศษผ้าเช็ดสิ่งสกปรกแทนกระดาษชำระ

24. มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ป้ายฉลากเขียว ประหยัดไฟเบอร์ 5 มาตรฐาน

25. ไปตลาดสดแทนซูเปอร์มาร์เก็ตบ้าง ซื้อผัก ผลไม้ หมู ไก่ ปลา เพราะสินค้าที่ห่อด้วยพลาสติกและโฟมนั้นจะทำให้เกิดขยะจำนวนมากมายมหาศาล

26. ใช้น้ำประปาอย่างประหยัด เพราะระบบการผลิตน้ำประปาของเทศบาล ต่าง ๆ ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำให้น้ำสะอาด

27. ลดปริมาณการทิ้งขยะลงบ้าง

28. ป้องกันการปล่อยก๊าซมีเทนสู่บรรยากาศด้วยการแยกขยะอินทรีย์ เช่น พวกเศษผักและเศษอาหารออกจากขยะอื่น ๆ ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์

29. บอกคุณพ่อคุณแม่ให้ขับรถความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

30. ทาหลังคาบ้านด้วยสีอ่อน เพื่อช่วยลดการดูดซับความร้อน


31. ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้อากาศ ปลูกไผ่แทนรั้ว ต้นไผ่เติบโตเร็วเป็นรั้วธรรมชาติที่สวยงาม และยังดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี อาจจะลำบากไปหน่อยแต่ก็เก๋ไม่น้อยนะคะ

33. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเติมใหม่ได้ เพื่อเป็นการลดขยะจากห่อของบรรจุภัณฑ์

34. ลดปริมาณขยะโดยใช้หลัก 3R คือ Reuse, Recycle, Reduce

35. ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในสวนไม้ประดับที่บ้าน แต่ขอให้เลือกใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติแทน

36. ทานสเต็กและแฮมเบอร์เกอร์ในร้านใหญ่ ๆ ให้น้อยลงบ้างเพราะอุตสาหกรรมเนื้อระดับนานาชาติผลิตก๊าซเรือนกระจกถึง 18 % สาเหตุหลักก็คือไนตรัสออกไซด์และมีเทนจากมูลวัว

37. มีส่วนร่วมกิจกรรมรณรงค์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยเผยแพร่ และการลดปัญหาโลกร้อน

38. อยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ตามพระราชดำรัสของในหลวงนะคะ

39. ประหยัดพลังงานเท่าที่จะทำได้ทั้งน้ำ ไฟ น้ำมัน เพื่อให้ลูกหลานของเรามีสิ่งเหล่านี้ใช้กันต่อไปในอนาคต

40. อย่าลืมนำวิธีดี ๆ เหล่านี้ไปบอกต่อเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

****************************************

ที่มา : http://www.sawananan.ac.th/computer/new/work2/m4/m4/2/n3.htm



วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อากาศวิปริต! หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์ ในรอบ 112 ปี

อากาศวิปริต! หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์ ในรอบ 112 ปี

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้คนในสังคมออนไลน์ต่างพากันโพสต์รูปถ่ายภาพปรากฎการณ์หิมะตกที่กรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอิยิปต์ ซึ่งเป็นหิมะตกครั้งแรกในรอบ 112 ปี ภาพถ่ายตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญปกคลุมด้วยหิมะ กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
ตามรายงานระบุว่า ทวิตเตอร์และอินสตาแกรมมีการแชร์ภาพหิมะแรกที่กรุงไคโร ประเทศอิยิปต์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หิมะตกในรอบ 112 ปี ที่นักวิเคราะห์ต่างแสดงความคิดเห็นว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าว นับเป็นความแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศโดยทั่วไปของอิยิปต์ จะมีความร้อนและแห้งแล้ง อุณหภูมิค่อนข้างอบอุ่นตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์หิมะตกในอิยิปต์ กรมอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นคาดว่า น่าจะเป็นผลพ่วงมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติจากประเทศตุกรี ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส นับเป็นสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกปี ขณะที่ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างวิจารณ์ว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ หรือ สภาพอากาศวิปริตบนโลก

หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์
หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์
หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์
หิมะตกครั้งแรกที่อิยิปต์

















ที่มา : http://news.sanook.com